เรื่องน้ำหอมที่หลายคนอาจไม่รู้

article015-500x300

เรื่องน้ำหอมที่หลายคนอาจไม่รู้

จากบทความเก่าๆที่ผ่านมา คงจะพอเห็นภาพกันบ้างแล้วนะครับ เรื่องเทคนิคของการใช้น้ำหอม แต่ก็ยังมีเทคนิคบางอย่างที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ดังนั้นผมจึงขอรวบรวมและสรุปไว้ที่บทความนี้อีกครั้งแล้วกันนะครับ

  • น้ำหอมมีหลายเกรด มีหลายประเภท ทั้งที่เป็นน้ำหอมแบบฉีด น้ำหอมแบบแต้ม หรือเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีส่วนผสมของน้ำหอมอยู่ ดังนั้นในการใช้แต่ละครั้ง ต้องนึกเสมอว่าคุณต้องการแบบไหน อยากได้ความหอมที่แรง ฉุน หรืออ่อนๆ เช่น หากต้องการกลิ่นหอมอ่อนๆ กลิ่นบางๆ อาจจะแค่ทาโลชั่น หรือทาครีมกลิ่นที่คุณชอบเท่านั้นก็ได้ แต่ถ้าต้องการกลิ่นที่แรงและติดนานๆ ก็ควรใช้โลชั่นกลิ่นนั้นๆทาไปก่อนที่จะฉีดน้ำหอมที่เป็นเกรด eau de parfum ทับซ้ำอีกครั้ง หรือถ้าไม่มีโลชั่นกลิ่นที่ต้องการก็ใช้โลชั่นแบบที่ไม่มีกลิ่นแทนก็ได้
  • จุดที่จะต้องฉีดน้ำหอม เน้นที่จุดชีพจร แขน คอ อก และฉีดน้ำหอมที่หลังหัวเข่าด้วย เพราะน้ำหอมมีคุณสมบัติกระจายตัวจากล่างขึ้นบน ดังนั้นการฉีดน้ำหอมตำแหน่งต่ำๆก็มีส่วนช่วยกระชายความหอมให้กว้างขึ้น นอกจากนี้อาจจะฉีดน้ำหอมให้เป็นละออง แล้วเดินผ่านน้ำหอมนั้น เพื่อให้กลิ่นหอมติดทั่วตัว รวมทั้งติดที่ผม ซึ่งเป็นการกระจายความหอมให้ทั่วร่างด้วย
  • ในการฉีดน้ำหอมควรฉีดห่างจากตัวประมาณ 6 นิ้ว เพื่อให้กลิ่นกระจายไปทั่วตัว อย่าฉีดน้ำหอมในระยะใกล้เกินไปเพราะกลิ่นจะฉุน และอาจจะเป็นปื้นๆจากน้ำหอมที่ฉีดได้
  • การเติมน้ำหอมระหว่างวัน ขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำหอม และลักษณะพิเศษของน้ำหอมเหล่านั้น เช่น  น้ำหอมที่มีพื้นฐานของกลิ่นพรรณไม้ตะวันออก (Oriental & Woody) มักจะติดทนนานกว่ากลิ่นหอมจากดอกไม้หรือผลไม้ (Floral & Citrus)  หรือน้ำหอม Eau de Parfum จะมีกลิ่นน้ำมันหอมที่เข้มข้นกว่า Eau de toilette หรือ Cologne ซึ่งมีผลทำให้กลิ่นติดทนนานกว่า เป็นต้น
  • อย่าพยายามฉีดน้ำหอมในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะทำให้คนรอบข้างรำคาญกลิ่นน้ำหอมของคุณมากกว่าที่จะชื่นชม อย่างที่กล่าวข้างต้นแล้วว่าถ้าน้ำหอมของคุณมีกลิ่นอ่อนๆแต่อยากให้กลิ่นติดนาน ติดลึก ก็ให้ทาโลชั่นหรือครีมรองพื้นไปก่อน จากนั้นจึงฉีดน้ำหอมทับซ้ำไปอีกครั้ง
  • ควรเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับฤดูกาล และช่วงเวลาระหว่างวัน เช่นในหน้าร้อน พยายามใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นบางเบา อย่าพยายามใช้น้ำหอมกลิ่นแรงและฉุน เพราะจะยิ่งทำให้กลิ่นฉุนมากขึ้นในช่วงอากาศร้อน ซึ่งจะเป็นการก่อความรำคาญให้คนรอบข้าง ส่วนหน้าหนาวหรือช่วงอากาศเย็น สามารถใช้ได้ตามต้องการแล้วแต่ความชอบ
  • การใช้น้ำหอมแบบ Alcohol-free ซึ่งไม่มีส่วนผสมของ Alcohol น้ำหอมประเภทนี้จะมีปริมาณหัวน้ำหอมในส่วนประกอบน้อย ดังนั้นการติดทนจะดอยกว่าน้ำหอมที่มีส่วนผสมของ Alcohol ในการทำให้ติดทนก็จะใช้เทคนิคเดียวกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้น คือทาครีมหรือโลชั่นก่อนฉีดน้ำหอมซ้ำ
  • หากต้องการกลิ่นหอมแบบทั่วตัวจริงๆ อย่าลืมฉีดน้ำหอมใส่ผมด้วย ดดยฉีดให้ห่างจากผมประมาณ 6 นิ้ว และหลับตาก่อนฉีด
  • Perfume, Eau de Perfume, Eau de toilette และ Fragrant body
    ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของความเข้มข้นของน้ำหอม ซึ่งเรียงลำดับความเข้มข้น ก็คือ Perfume, Eau de Perfume, Eau de toilette ส่วนผลิตภัณฑ์ Fragant body ทั้งครีม, โลชั่น หรือแป้ง จะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ แต่มีน้ำหอมผสมอยู่ในระดับที่น้อยกว่า Eau de toilette ดังนั้นผลิตภัณฑ์บอดี้ทั้งหลายจึงมีระดับกลิ่นหอมที่น้อยกว่าในแบบน้ำที่มี แอลกอฮอลล์
  • อายุการของน้ำหอมใช้งานหลังจากเปิดใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับน้ำหอมแต่ละชนิด องค์ประกอบของน้ำหอม แต่หลักๆในการเก็บรักษาน้ำหอมให้สามารถใช้ได้นานๆ คือต้องหลีกเลี่ยงเรื่องแสงแดด และความร้อน
  • การซื้อน้ำหอม ในการลองกลิ่นควรลองกลิ่นน้ำหอมที่ผิวหนังโดยตรง เพราะจะให้กลิ่นที่ดีกว่าการลองที่แผ่นเทสเตอร์ เนื่องจากน้ำหอมจะทำปฏิกิริยากับผิวหนัง และให้กลิ่นหอมที่เกิดขึ้นจริงหลังจากใช้ และในการลองกลิ่นน้ำหอม ควรหลีกเลี่ยงการทาครีม โลชั่น  น้ำหอมที่ใช้ประจำ หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ให้กลิ่นหอม เพื่อให้ได้กลื่นน้ำหอมที่แท้จริง
  • ในการทดลองกลิ่นน้ำหอมไม่ควรทดลองกลิ่นเกิน  3 กลิ่นในการลองกลิ่นแต่ละครั้ง หากจำเป็นต้องทดลองมากกว่า 3 กลิ่นให้เบรกกลิ่นด้วยเม็ดกาแฟ หรืออาจจะใช้วิธีเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ก่อนมาลองกลิ่นอีกครั้งก็ได้