วิธีการบำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหย

article028-500x300

วิธีการบำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหย

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้น้ำมันหอมระเหยในการบำบัดอาการต่างๆ สามารถทำได้หลายวิธี วันนี้ผมมีตัวอย่างการบำบัดด้วยน้ำมันหอมระเหยมาให้ได้อ่านกันครับ

การสูดดมโดยตรง(Olfactory Aromatherapy)
โดยใช้ผ้า สำลีชุบน้ำมันหอมระเหยแล้วสูดดมเข้าไป วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายแต่มีประสิทธิภาพดีมาก

  • การสูดดมจากไอระเหยของน้ำมันหอมระเหย
    โดยหยดน้ำมันหอมระเหยประมาณ 5-10 หยด ใส่ในภาชนะซึ่งบรรจุน้ำร้อนไว้ จากนั้นใช้ผ้าขนหนูสะอาดๆ คลุมเหนือศีรษะ ก้มหน้าเหนือภาชนะและสูดหายใจลึกๆ วิธีนี้เหมาะสำหรับบรรเทาอาการไข้หวัด
  • ใช้เตาน้ำมันหอม
    โดยบรรจุน้ำประมาณ 1/3 ส่วน จากนั้นทำการหยดน้ำมันหอมระเหยลงไป จุดเทียนใต้เตา เพื่อให้น้ำร้อนและจะเกิดไอน้ำซึ่งจะพา กลิ่นหอมระเหยไปทั่วบริเวณ
  • การอาบหรือแช่น้ำ
    หยดน้ำมันหอมระเหยประมาณ 20-30 หยด ลงในอ่างน้ำอุ่น จากนั้นแช่ตัวประมาณ 20 นาที วิธีนี้จะได้รับ ความสดชื่นดีที่สุด อีกทั้งทำให้ร่างกายอบอุ่น จะบรรเทาอาการปวด เมื่อย ผ่อนคลายความตึงเครียดได้
  • ใช้ในเวลาที่อาบน้ำโดยการตักอาบ หรืออาบจากฝักบัว
    วิธีนี้ให้ใช้หยดหรือ เท น้ำมันหอมระเหยลงบนผ้า หรือฟองน้ำ หรือลูกบวบที่ใช้ถูตัว ที่เปียกน้ำหมาดๆ แล้วถูตัวหลังจากที่อาบน้ำสะอาดแล้ว

การนวดด้วยน้ำมันหอมระเหย(Massage Aromatherapy)
การนวดช่วยให้น้ำมันหอมระเหยสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังผ่านทางรูขุมขน ซึ่งจะมีผลต่อผิวพรรณ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าสู่ทางเดิน โลหิต และไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย วิธีการผสมน้ำมันนวด ให้หยดน้ำมันหอมระเหยประมาณ 10 หยด กับน้ำมัน ที่จะใช้นวด เช่น น้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์, น้ำมันงา, น้ำมัน โจโจบา หรือน้ำมันเมล็ดองุ่น แล้ว อุ่นให้ อุ่นจัด จากนั้นนำมาใช้นวดตามบริเวณที่ต้องการ บริเวณที่นวดกันมากได้แก่บริเวณรอบลำคอ หัวไหล่ วิธีนวดให้ใช้หัวแม่มือ หรือ ฝ่ามือทั้งสองข้าง นวดจากไหล่ไปคอ แล้ววนกลับมาที่บริเวณ แขนหรือที่บริเวณหลัง โดยให้หลี่กเลี่ยงการนวดบนสันหลัง ให้นวดพร้อมกันทั้งสองมือ นวดขึ้นไปถึงหัวไหล่ และกดลงมา การนวดบริเวณหน้าท้อง ใช้ฝ่ามือนวดหมุนตามเข็มนาฬิกา การนวดบริเวณขา และเท้าให้นวดจากต้นขาลงถึงเท้า สำหรับสตรีที่ปวดหลังให้นวดจากด้านหลังแล้วอ้อมมาที่สะโพกมายังหน้าท้อง หรือควรจะปรึกษานักกายภาพบำบัด

การประคบเย็น (Compressed)
ผสมน้ำมันหอมระเหยลงในตัวนำพา ที่เป็นน้ำสะอาดหรือน้ำมันดอกไม้ที่แช่เย็น หลังจากนั้น กวนให้เข้ากัน ใช้ผ้าจุ่มลงไปในน้ำบิดให้หมาดๆแล้วจึงนำมาประกบตามจุดที่ต้องการ

ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง (Cosmetic Aromatherapy)
เป็นการใช้น้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในรูปของ ครีมบำรุงผิว โทนเนอร์ แชมพู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า หรือจะเป็นการใช้น้ำมันหอมระเหยในการอาบน้ำ โดยหยดน้ำมันหอมระเหยประมาณ 6-8 หยดลงในอ่างแช่ตัวประมาณ 20 นาที ความร้อนจากน้ำอุ่นจะช่วยเพิ่มการซึมผ่านผิวหนังและได้สูดดมกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยในขณะเดียวกัน


ข้อควรระวัง

  • ควรทำการเจือจางก่อนเมื่อต้องใช้กับผิวหนัง โดยตรง เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยนั้นมีความเข้มข้นสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ และไม่ควรใช้ในบริเวณที่บอบบาง เช่น รอบดวงตา เป็นต้น
  • ห้ามสูดดมโดยตรง จากขวดหรือภาชนะที่บรรจุน้ำมันหอมระเหย เพราะจะทำให้เกิดอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ต้องนำไปผสมให้เจือจางเสียก่อน
  • ควรทดสอบการแพ้ก่อนใช้
  • น้ำมันหอมระเหยบางชนิดมีผลให้ผิวหนังไวต่อแสง เช่น น้ำมันหอมระเหยกลิ่นมะนาว กลิ่นมะกรูด ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดงโดยตรงหลังจากใช้น้ำมันหอมระเหยอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
  • สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหอมระเหยต่อไปนี้ คือ น้ำมันโหระพา น้ำมันกานพลู น้ำมันเปปเปอร์มินต์ น้ำมันกุหลาบ น้ำมันโรสแมรี่ น้ำมันแคลรี่เซจ (clary sage oil) น้ำมันไทม์ (thyme oil) น้ำมันวินเทอร์กรีน (wintergreen oil) น้ำมันมาร์โจแรม (marjoram oil) และเมอร์ (myrrh)
  • ผู้ที่เป็นโรคลมชัก และผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยงน้ำมันโรสแมรี่ น้ำมันเซจ (sage oil)
  • ควรเก็บน้ำมันหอมระเหยในขวดที่มีสีเข้ม ห่างจากแสงแดด และเก็บไว้ในที่ปลอดภัยห่างจากมือเด็กและเปลวไฟ
  • ไม่ควรรับประทานน้ำมันหอมระเหย นอกจากได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ