พืชยอดฮิตสำหรับเป็นส่วนผสมในน้ำหอม

article019-500x300

พืชยอดฮิตสำหรับเป็นส่วนผสมในน้ำหอม

ในกระบวนการผลิตหัวน้ำหอมมักมีส่วนประกอบจากผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ แน่นอนว่า ต้นไม้ ดอกไม้ และพืชพรรณต่างๆมักจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับ Perfumer จะเลือกใช้ วันนี้มาลองทำความรู้จักกับพืชพรรณยอดฮิตที่นำมาผลิตน้ำหอมกันครับ

Balsam :
ยางไม้หอมประเภทหนึ่ง นิยมใช้ในการผลิตเครื่องหอมต่างๆ คุณลักษณะพิเศษคือ มีลักษณะคล้าย wax หรือขี้ผึ้ง สำหรับ Balsam ที่เป็นที่รู้จักในอันดับต้นๆ จะเป็น Balsam ที่ผลิตจากประเทศเปรู

Bergamot :
หรือมะกรูด สำหรับส่วนที่ใช้ในการผลิตน้ำหอมจะเลือกใช้ผิวเปลือกของผลมะกรูด และส่วนใหญ่แล้วจะนำไปเป็นส่วนผสมสำหรับน้ำหอมสำหรับสุภาพสตรี

Frankincense :
เป็นยางไม้หอมประเภทหนึ่ง ซึ่งได้จากพืชจำพวก Boswellia ซึ่งรู้จักกันกว้างขวางในวงการผลิตเครื่องหอมและกำยาน นิยมใช้เป็นส่วนผสมในน้ำหอมปัจจุบันถึง 13% วิธีการผลิตคือจะขูดเปลือกเพื่อให้ยางซึมออกมาและแข็งตัว สำหรับกำยานที่ดีที่สุดในโลก ว่ากันว่าเป็นกำยานที่ผลิตจากประเทศโอมาน นอกจากนี้ยังมีกำยานคุณภาพดีรองๆลงมาคือ กำยานจาก เยเมน และทางฝั่งทะเลตอนใต้ของโซมาเลีย

Galbanum :
เป็นยางไม้หอมจากต้นยี่หร่า จากเทือกเขาทางตอนเหนือประเทศ Iran ลักษณะของกลิ่นจะเป็นกลิ่นเฉพาะ ให้ความรู้สึกเผ็ดร้อน

Jasmine :
ส่วนผสมหลักที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คาดว่าน้ำหอมที่วางขายกันในปัจจุบันถึง 80% เลือกใช้เป็นส่วนประกอบ โดยเฉพาะทางฝั่งยุโรปที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย โดยสายพันธ์ที่นิยมนำมาผลิตหัวน้ำหอมจะ เป็น มะลิสายพันธ์ Royal Jasmine จากประเทศสเปน  เนื่องจากกระบวนการกลั่นหัวน้ำหอมจาก Royal Jasmine ซึ่งใช้มะลิจำนวนมาก แต่ผลผลิตที่ได้กลับมีปริมาณแค่ 0.1% ของวัตถุดิบเท่านั้น ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยจนน่าตกใจ ทำให้น้ำหอมจาก Royal Jasmine มีราคาค่อนข้างสูงตามไปด้วย

Labdanum :
ยางไม้จากพืชตะกูล Citrus พบมากในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ในปัจจุบันนิยมใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมในปัจจุบันถึง 33% ว่ากันว่า คุณภาพกลิ่นของ Labdanum มีคุณภาพกลิ่นใกล้เคียงกับมูลปลาวาฬที่นำมาทำน้ำหอมด้วย

Lavender :
ส่วนผสมหลักที่ใช้ในการทำน้ำหอม ทั้งน้ำหอมฉีดตัว สเปย์ปรับอากาศ น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาซักล้าง และอื่นๆอีกมากมาย นิยมใช้มานานแล้วโดยเฉพาะในประเทศฝั่งยุโรป สำหรับแหล่งผลิตที่สำคัญ ได้แก่ ฝรั่งเศส จีน สเปน อังกฤษ ออสเตรเลีย รัสเซีย และยูเครน เป็นต้น

Lemon :
สารสกัดจากผิวของผลมะนาว เป็นอีกส่วนผสมหนึ่งที่ขาดไม่ได้ หากต้องการได้กลิ่นน้ำหอมที่ให้ความรู้สึกหอมสดชื่น สดใส มีชีวิตชีวา

Lily of the Valley :
Perfumer นิยมใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตหัวน้ำหอมถึง 14% ปัจจุบันมีการใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการผลิต ซึ่งต่างจากสมัยโบราณที่ใช้น้ำมันในการสกัด ทำให้ปัจจุบันคุณภาพของน้ำหอมจากดอก ลิลลี่ มีคุณภาพมากขึ้น

Myrrh :
ยางไม้จากต้น Myrrh  พบมากแถบอาราเบีย โซมาเลีย และ เอธิโอเปีย ในอดีตนิยมใช้ทำ ยาสีฟัน ยาป้วนปาก และน้ำยาดองศพ ในปัจจุบัน เนื่องจากมีการวิจับยที่ก้าวหน้าขึ้น ทำให้พบว่า คุณสมบัติเด่นของยางไม้ชนิดนี้คือ ช่วยให้กลิ่นน้ำหอมติดทนนานขึ้น เนื่องจากมีสารประกอบที่ช่วยให้น้ำหอมระเหยได้ช้าลง ทำให้ Perfumer นิยมใช้ยางไม้ชนิดนี้เป็นส่วนประกอบเพื่อเพิ่มคุณภาพของน้ำหอม

Neroli :
ได้จากการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากดอกของพืชตระกูลส้มที่ชื่อว่า Neroli  ปัจจุบัน นิยมใช้ในอุตสากรรมน้ำหอมถึง 12% ลักษณะเฉพาะของกลิ่น คล้ายๆกลิ่นมะกรูด หรือ ผิวส้ม

Oak Moss :
เป็นไลเคนประเภทหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้วยกันแบบพึ่งพาอาศัยกันระหว่าง ราและสาหร่าย ผมได้ตาม ต้นโอ๊ค ต้นสน รวมถึงต้นไม้อื่นๆในแถบเทือกเขาในตอนเหนือของ แอฟฟริกาและยุโรป คุณสมบัติพิเศษของ Oak Moss คือช่วยไม่ให้น้ำหอมระเหยไว เป็นตัวจับกลิ่นอย่างหนึ่งที่ Perfumer นิยมใช้