น้ำหอมและประเภทของน้ำหอม

article001-500x300

น้ำหอมและประเภทของน้ำหอม

ในการเลือกใช้น้ำหอมนั้น ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจและรู้จักกับน้ำหอมก่อนซื้อ เนื่องจากน้ำหอมมีหลายแบบ มีความเข้มข้นที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงต้องมาทำความเข้าใจกันก่อน เพื่อจะได้ทราบว่าเราเหมาะกับน้ำหอมแบบใด

น้ำหอมมีส่วนผสมหลัก 2 อย่างคือ หัวเชื้อน้ำหอม/น้ำมันหอม และแอลกอออล์ โดยน้ำหอมที่จำหน่ายทั่วไปนั้นจะได้จากการนำหัวน้ำหอมมาเจือจางด้วยแอลกออฮอล์ ซึ่งแอลกอฮอล์จะช่วยให้น้ำหอมกระจายในอากาศ จากการระเหย และมีการเติมสารบางชนิดเช่น musk เพื่อให้กลิ่นติดทนนานขึ้น

หากจะแบ่งชนิดของน้ำหอมออกตามความอัตราส่วนของหัวเชื้อน้ำหอมและแอลกอออล์ อาจแบ่งได้เป็น 3 แบบใหญ่ๆตามระดับความเข้มข้นของน้ำมันหอมหรือหัวน้ำหอม

  • Eau de Cologne ที่มีอัตราส่วนของน้ำมันหอมหรือหัวน้ำหอมอยู่ที่ 3-5 % ความเข้มข้นระดับนี้จะติดนานประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
  • Eau de Toilette(EDT) หากแปลตรงๆตามตัวเป็นภาษาอังกฤษจะได้คำว่า toilet water ซึ่งใครๆก็คงคิดไปถึงห้องน้ำ แต่ความจริงแล้ว หมายถึงน้ำหอมที่ใช้หลังอาบน้ำเพื่อให้รู้สึกสดชื่นต่างหากครับ สำหรับ EDT นี้จะมีอัตราส่วนของน้ำมันหอมหรือหัวน้ำหอมอยู่ที่ 4-8% โดยปกติน้ำหอมแบรนด์เนม กลิ่นผู้ชายมักจะเป็น EDT ครับ สำหรับน้ำหอมเข้มข้นระดับ EDT จะติดทนขั้นต่ำที่ 2-4 ชั่วโมง
  • Eau de Parfum คือนํ้าหอม ที่มีอัตราส่วนของน้ำมันหอมหรือหัวน้ำหอมอยู่ที่ 15-18 % ซึ่งน้ำหอมแบบนี้จะให้กลิ่นที่ทนนานที่สุด เมื่อเทียบกับสองแบบแรก และจะติดทนนาน 6-12 ชั่วโมงขึ้นไป
  • Perfume Gentle เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมหรือหัวน้ำหอมใกล้เคียงกับ Eau de Perfume แต่ในขั้นตอนการผลิตจะมีการสกัดสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ออกไป ทำให้น้ำหอมประเภทนี้มีราคาสูงกว่า Eau de Perfume ประมาณ 5 เท่า
  • Perfume Fraction เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมซึ่งสกัดได้จากธรรมชาติ 100% ซึ่งจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เป็นน้ำหอมเกรดที่ดีที่สุด แต่ก็มีราคาสูงมากเช่นกัน

โดยปกติแล้วน้ำหอมทั่วไปที่ขายอยู่ตามท้องตลาดมักจะเป็น EDT ซึ่งความเข้มข้นของน้ำหอมระดับนี้ยังนิยมใช้ใน ผลิตภัณฑ์อื่นๆไม่ว่าจะเป็น พวกเครื่องสำอางค์ ครีม โลชั่น ยาสระผม และผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกหลากหลายชนิด